รูปภาพ

กระดาษสมุนไพรห่อผลไม้จากกระดาษรีไซเคิลเพื่อป้องกันแมลง

20 ส.ค.

กระดาษสมุนไพรห่อผลไม้จากกระดาษรีไซเคิลเพื่อป้องกันแมลง

กระดาษสมุนไพรห่อผลไม้จากกระดาษรีไซเคิลเพื่อป้องกันแมลง

20 ส.ค.
ชื่อโครงงาน    กระดาษสมุนไพรห่อผลไม้จากกระดาษรีไซเคิลเพื่อป้องกันแมลง ผู้ทำโครงงาน  1.  เด็กชายพงศภัค 	พีระวรรณกุล 	                2.  เด็กชายศิวกานต์	ศรีดาเดช 		  3.  เด็กหญิงพัณณิตา	สีทัด ครูที่ปรึกษา           นางสาวรัชนี  เขียวเงิน	 ที่ปรึกษาพิเศษ       นางถนัดศรี   ทัดเที่ยง สถานศึกษา    โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย  พิษณุโลก สาขาวิชา    สาขาการเกษตร มน.   บทคัดย่อ    	โครงงานเรื่อง กระดาษสมุนไพรห่อผลไม้จากกระดาษรีไซเคิลเพื่อป้องกันแมลงมีจุดมุ่งหมายเพื่อ ทำกระดาษเหลือใช้และสมุนไพรให้เกิดประโยชน์โดยการทำถุงห่อกระดาษ  โดยแบ่งการทดลองเป็น 3 ขั้นตอน  ได้แก่ ตอนที่ 1 ศึกษาชนิดของสมุนไพรที่นำมาทำกระดาษที่สามารถป้องกันแมลงได้ดีที่สุด โดยทดลองทำกระดาษจากสมุนไพรทั้ง 3 ชนิดและนำไปห่อผลไม้ พบว่าชนิดสมุนไพร  ของดาวเรือง  มีจำนวนแมลงวันทองที่มีผลต่อมะม่วงประมาณ  4  ตัว  ของตะไคร้  มีจำนวนแมลงวันทองที่มีผลต่อมะม่วงประมาณ  0  ตัว  ของโหระพา  มีจำนวนแมลงวันทองที่มีผลต่อมะม่วงประมาณ 1 ตัว เพราะฉะนั้นตะไคร้เป็นสมุนไพรที่ป้องกันแมลงที่ดีที่สุด   ตอนที่ 2 ศึกษาลักษณะของการห่อที่เหมาะสมในการไล่แมลงที่ดีที่สุด โดยทดลองพบว่า การห่อผลไม้นั้นเป็นการป้องกันแมลงได้ดีที่สุด เนื่องจากมีอัตราการกัดกินของแมลงน้อยกว่าการที่ไม่ห่อถุงกระดาษไว้ ตอนที่ 3 ศึกษากระดาษที่เหมาะสมในการป้องกันแมลงวันทองได้ดีที่สุดโดยทดลองกับกระดาหนังสือพิมพ์ พบว่าถุงกระดาษสมารถป้องกันแมลงได้ดีกว่ากระดาษหนังสือพิมพ์ จากการทดลองกระดาษสมุนไพรจากกระดาษเหลือใช้สามารถป้องกันการกัดกินของแมลงชนิดต่างๆได้

กระดาษสมุนไพรจากกระดาษรีไซเคิลเพื่อป้องกันแมลง

 

ชื่อโครงงาน    กระดาษสมุนไพรห่อผลไม้จากกระดาษรีไซเคิลเพื่อป้องกันแมลง

ผู้ทำโครงงาน      1.  เด็กชายพงศภัค        พีระวรรณกุล

2.  เด็กชายศิวกานต์       ศรีดาเดช

3.  เด็กหญิงพัณณิตา      สีทัด

ครูที่ปรึกษา           นางสาวรัชนี  เขียวเงิน

ที่ปรึกษาพิเศษ       นางถนัดศรี   ทัดเที่ยง

สถานศึกษา    โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย  พิษณุโลก

สาขาวิชา    สาขาชีววิทยา

 

 

บทคัดย่อ

 

 

โครงงานเรื่อง กระดาษสมุนไพรห่อผลไม้จากกระดาษรีไซเคิลเพื่อป้องกันแมลงมีจุดมุ่งหมายเพื่อ ทำกระดาษเหลือใช้และสมุนไพรให้เกิดประโยชน์โดยการทำถุงห่อกระดาษ

โดยแบ่งการทดลองเป็น 3 ขั้นตอน  ได้แก่ ตอนที่ 1 ศึกษาชนิดของสมุนไพรที่นำมาทำกระดาษที่สามารถป้องกันแมลงได้ดีที่สุด โดยทดลองทำกระดาษจากสมุนไพรทั้ง 3 ชนิดและนำไปห่อผลไม้ พบว่าชนิดสมุนไพร  ของดาวเรือง  มีจำนวนแมลงวันทองที่มีผลต่อมะม่วงประมาณ  4  ตัว  ของตะไคร้  มีจำนวนแมลงวันทองที่มีผลต่อมะม่วงประมาณ  0  ตัว  ของโหระพา  มีจำนวนแมลงวันทองที่มีผลต่อมะม่วงประมาณ 1 ตัว เพราะฉะนั้นตะไคร้เป็นสมุนไพรที่ป้องกันแมลงที่ดีที่สุด   ตอนที่ 2 ศึกษาลักษณะของการห่อที่เหมาะสมในการไล่แมลงที่ดีที่สุด โดยทดลองพบว่า การห่อผลไม้นั้นเป็นการป้องกันแมลงได้ดีที่สุด เนื่องจากมีอัตราการกัดกินของแมลงน้อยกว่าการที่ไม่ห่อถุงกระดาษไว้ ตอนที่ 3 ศึกษากระดาษที่เหมาะสมในการป้องกันแมลงวันทองได้ดีที่สุดโดยทดลองกับกระดาหนังสือพิมพ์ พบว่าถุงกระดาษสมารถป้องกันแมลงได้ดีกว่ากระดาษหนังสือพิมพ์ จากการทดลองกระดาษสมุนไพรจากกระดาษเหลือใช้สามารถป้องกันการกัดกินของแมลงชนิดต่างๆได้

สมดุลเคมี

1 ต.ค.

การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้

ปฏิกิริยาผันกลับได้

การเปลี่ยนแปลงโดยทั่วไป มักจะเป็นการเกิดปฏิกิริยาเคมี และการเกิดปฏิกิริยาแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
ก. ปฏิกิริยาเกิดสมบูรณ์(Irreversible reaction)

ปฏิกิริยาเกิดสมบูรณ์ หมายถึง ปฏิกิริยาที่สารตั้งต้นทำปฏิกิริยากันจนหมด เกิดผลิตภัณฑ์อย่างสมบูรณ์ปฏิกิริยาจะยุติเมื่อสารตั้งต้นสารได้สารหนึ่งหมดและเป็นปฏิกิริยาที่ไม่ย้อนกลับ เช่น การเผาไหม้ของถ่านกับก๊าซออกซิเจนในอากาศจำนวนมากเกินพอเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เขียนแทนด้วยสมการ ดังนี้

โลหะสังกะสีทำปฏิกิริยากับกรดไฮโดรคลอริก เกิดก๊าซไฮโดรเจน เขียนแทนด้วยสมการ ดังนี้

* หมายเหตุ เครื่องหมาย แทนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดสมบูรณ์ เช่น เกิดปฏิกิริยาสมบูรณ์

ข. ปฏิกิริยาเกิดไม่สมบูรณ์

ปฏิกิริยาเกิดไม่สมบูรณ์ หมายถึง ปฏิกิริยาที่สารตั้งต้นทำปฏิกิริยากัน ได้ผลิตภัณฑ์และในขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นบางส่วนทำปฏิกิริยากันกลับเป็นสารตั้งต้นใหม่ ทำให้ปฏิกิริยาเกิดไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะใช้เวลานานเท่าใดก็ตาม ภายในระบบยังคงมีทั้งสารตั้งต้นทุกชนิดเหลือ และผลิตภัณฑ์เกิดขึ้นทุกชนิด และระบบจะมีทั้งการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้า และปฏิกิริยาย้อนกลับ เรียกปฏิกิริยาประเภทนี้ว่า ปฏิกิริยาผันกลับได้ (Reversible reaction) เช่น ปฏิกิริยาผันกลับที่เกิดขึ้นระหว่าง
[Co(H2O)6] 2+ กับ Cl – ดังนี้

* หมายเหตุ เครื่องหมาย  แทนการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ และแสดงว่าเกิดสมดุล

การเปลี่ยนแปลงของระบบที่ผันกลับได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นระบบที่มีการเกิดปฏิกิริยาเท่านั้น อาจจะเป็นการละลายเป็นสารละลาย หรือ การเปลี่ยนสถานะของสาร ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของสารที่ผันกลับได้สามารถแบ่งเป็น 3 ประเภทดังนี้

 

การละลายเป็นสารละลาย
การละลายเป็นสารละลาย โดยทั่วไปเป็นการละลายที่มีสถานะเป็นของแข็ง ของเหลว และก๊าซ ในตังทำละลายเป็นของเหลว เกิดสารละลาย เช่น การละลาย KNO3 ในน้ำเป็นสารละลาย KNO3 ดังนี้

การเปลี่ยนแปลงไปข้างหน้า และถ้าละลายต่อไปจนอิ่มตัว มี KNO3 เหลือ และมีการรวมตัวของ K+ กับ NO – 3 เป็น KNO3 ผันกลับได้ ดังนี้

การเปลี่ยนแปลงย้อนกลับเมื่อนำมาเขียนรวมๆ กันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ คือ

การเปลี่ยนสถานะของสาร
การเปลี่ยนสถานะของสาร สารต่างๆ ทุกชนิดสามารถเปลี่ยนสถานะให้เป็นของแข็ง ของเหลว หรือ ก๊าซได้โดยเกี่ยวข้องกับพลังงาน ไม่เป็นแบบดูดความร้อน ก็เป็นแบบคายความร้อน เช่น การเปลี่ยนสถานะของสารที่เป็นของแข็งเป็นก๊าซ ดังนี้

การเปลี่ยนแปลงขั้น 1 , 2 และ 4 เป็นแบบดูดความร้อน ส่วนการเปลี่ยนแปลงในขั้นที่ 3 , 5 และ 6 เป็นการคายความร้อน
ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงสถานะของน้ำแข็งเป็นน้ำเหลว ดังนี้

   การเปลี่ยนแปลงไปข้างหน้า
แต่ขณะเดียวกัน น้ำเหลวควบแน่นเป็นน้ำแข็ง ผันกลับได้ ดังนี้

  การเปลี่ยนแปลงย้อนกลับ
เมื่อนำมาเขียนรวมกันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ คือ

 

การเกิดปฏิกิริยาเคมี

การเกิดปฏิกิริยาเคมี เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดสารใหม่ที่มีสมบัติแตกต่างจากสารเดิม ปฏิกิริยาเคมีมีทั้งชนิดไม่ผันกลับ(ปฏิกิริยาเกิดสมบูรณ์) และปฏิกิริยาที่ผันกลับได้ (ปฏิกิริยาเกิดไม่สมบูรณ์) เช่น

– ปฏิกิริยาระหว่าง Cu2+ กับ Mg เกิด Cu และ Mg2+ ดังนื้

(ทิ้งไว้นานมาก) เกิดปฏิกิริยาสมบูรณ์ (ปฏิกิริยาไม่ผันกลับ)
– ปฏิกิริยาระหว่าง Fe3+ กับ I- เกิด Fe2+ และ I2 ดังนี้

ปฏิกิริยาไปข้างหน้าและ ในขณะเดียวกัน Fe2+ กับ I2 เกิดปฏิกิริยาย้อนกลับได้ Fe3 และ I- ดังนี้

เกิดปฏิกิริยาย้อนกลับเมื่อนำมาเขียนรวมๆ กันจะเป็นการที่ผันกลับได้ คือ

 

แควน้อยบํารุงแดน

19 ก.ย.
“เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน”
520720-1

ในหลวงพระราชทานชื่อเขื่อนที่พิษณุโลกเป็น เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 52  นายชูชาติ ฉุยกลม ผู้อำนวยสำนักก่อสร้าง 2 โครงการเขื่อนแควน้อย จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า สำนักราชเลขาธิการ พระบรมมหาราชวัง ได้ส่งหนังสือ เลขที่ รล.005.2/13227 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเขื่อนแควน้อยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็น เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ซึ่งหมายถึง เขื่อนแควน้อยที่ทำให้มีความเจริญขึ้นในเขตพื้นที่ สำหรับเขื่อนทดน้ำพญาแมน ทรงพระราชดำรัสเห็นควรให้ใช้ชื่อเดิม อนึ่งเ่อนแควน้อยบำรุงแดน เป็นโครงการพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อเดือนมีนาคม 2552 วงเงิน 3,588 ล้านบาท ประกอบด้วย 3 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนปิดช่องเขาต่ำ ลักษณะเป็นเขื่อนดินสูง 16 เมตร ยาว 640 เมตร ก่อสร้างโดยกรมชลประทาน ส่วนเขื่อนแควน้อย เป็นเขื่อนหินทิ้งดาดหน้าคอนกรีตสูงจากพื้น 75 เมตร ยาว 681 เมตร และเขื่อนสันตะเคียน ลักษณะเป็นเขื่อนหินทิ้ง แกนดินเหนียวสูง 80 เมตรยาว 1,270 เมตร ก่อสร้างโดยบริษัทกิจการร่วมค้า UBC ตามข้อมูลเดิมระบุปริมาณน้ำกักเก็บสูงสุด 769 ล้านลูกบาศก์เมตร กั้นปิดกั้นลำน้ำแควน้อยที่รับน้ำป่ามาจากเขต อ.นครไทย และ อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ล่าสุดเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนอยู่ระหว่างทดลองและกักเก็บน้ำ พร้อมกำลังดำเนินการก่อสร้างระบบชลประทานเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมในเขตพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก-พิจิตรกว่า 155,000 ไร่ 

“แควน้อย” … พลังสร้างสรรค์แห่งสายน้ำ
 

520720-1

โครงการพัฒนาลุ่มน้ำแควน้อยอันเนื่องมาจากพระราขดำริ เป็นอ่างเก็บน้ำอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ สามารถเก็บกักน้ำที่ระดับเก็บกัก +130 ม.รทก. ได้ถึง 769 ล้านลูกบาศก์เมตร ประกอบด้วยเขื่อน 3 เขื่อนติดต่อกัน คือ เขื่อนปิดช่องเขาเต่า เขื่อนแควน้อย และเขื่อนสันตะเคียน อ่างเก็บน้ำและบริเวณหัวงานครอบคลุมพื้นที่ 39,398 ไร่ ในเขตอำเภอวัดโบสถ์ และอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก

โครงการเขื่อนแควน้อยฯ จะส่งน้ำให้กับโครงการชลประทานริมแม่น้ำแควน้อยตอนล่างทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา โดยการปล่อยน้ำลงมาด้านท้ายของเขื่อนแล้วสร้างเขื่อนทดน้ำพญาแมนในแม่น้ำแควน้อยที่บ้านพญาแมน ตำบลบ้างยาง อำเภอวัดโบสถ์ เพื่อผันน้ำจากท้ายเขื่อนแควน้อยผ่านประตูระบายน้ำเข้าสู่คลองชลประทานทั้งฝั่งขวาและฝั่งซ้าย น้ำที่เหลือจะไหลผ่านเขื่อนไปตามแม่น้ำแควน้อยลงแม่น้ำน่านและแม่น้ำเจ้าพระยา ไปยังพื้นที่เพาะปลูกโครงการเจ้าพระยาตอนบน สำหรับใช้เพาะปลูกในฤดูแล้งเพิ่มขึ้นต่อไป

น้ำที่ปล่อยมาท้ายน้ำ ยังสามารถช่วยเหลือโครงการชลประทานสูบน้ำด้วยไฟฟ้า บริเวณหัวงานฝายและเขื่อน ช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ชลประทานตอนล่างสองฝั่งแม่น้ำแควน้อย รวมทั้งประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว ประมงและเพิ่มน้ำอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงได้ด้วย อีกทั้งยังสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำที่เขื่อนแควน้อยได้เฉลี่ยปีละไม่น้อยกว่า 148.80 กิกะวัตต์/ชั่วโมง
ที่มา : วารสารเผยแพร่ สูจิบัตรเขื่อนแควน้อย

อย่าทำอย่างนี้ไม่ว่ากับใคร – Bird Thongchai

16 ก.ย.

ลดโลกร้อนด้วยขยะในมือเรา

14 ก.ย.

งานฝีมือ

14 ก.ย.
hellobaitoei

A great WordPress.com site

Faithbuddha

ตถาคตโพธิสัทธา

Smile! You’re at the best WordPress.com site ever

herovongola

Smile! You’re at the best WordPress.com site ever